Language :
EMK-C-02

พยากรณ์อากาศเพื่อการเกษตรระหว่าง 07 มิถุนายน 2560 - 13 มิถุนายน 2560

ผลกระทบของลักษณะอากาศต่อการเกษตรตามภาคต่างๆ ระหว่าง 07 มิถุนายน 2560 - 13 มิถุนายน 2560

ภาคเหนือ

   ในช่วงวันที่ 7 - 10 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ทางตอนบนของภาค ส่วนในช่วงวันที่ 11 - 13 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตะวันตกของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม. /ชม.

   พื้นที่การเกษตร ในช่วงวันที่ 7-9มิ.ย. จะมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับพื้นที่การเกษตรซึ่งเป็นที่ลุ่ม เกษตรกรควรเตรียมป้องกันไม่ให้มีน้ำท่วมขังในแปลงปลูก เพราะจะทำให้รากพืชขาดอากาศต้นพืชตายได้ ส่วนในแปลงนาข้าวที่อยู่ในที่ลุ่มบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ชาวนาควรเสริมคันนาเพื่อป้องกันน้ำหลากท่วมนาข้าว

   ปลาในกระชัง สำหรับฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนัก ทำให้มีระดับน้ำเพิ่มขึ้น และมีตะกอนแขวนลอย ทำให้ปลาปรับตัวไม่ทัน เครียด อ่อนแอ กินอาหารได้น้อยลง และอาจน๊อกน้ำตายได้ เกษตรกรควรลดปริมาณอาหารให้น้อยลง หากปลาโตได้ขนาดควรรีบจับขายเพื่อลดความเสี่ยง

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

   ในช่วงวันที่ 7 - 9 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 10 - 13 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

   พื้นที่การเกษตร ในช่วงวันที่ 7-9 มิ.ย.จะมีฝนตกหนักบางแห่ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรได้ เกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดกับพืชผลการเกษตร โดยการจัดระบบระบายน้ำในแปลงปลูกให้มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในพื้นที่เพาะปลูกเป็นเวลานาน

   พืชไร่/ พืชผัก สำหรับฝนที่ตกต่อเนื่องทำให้ดินและอากาศมีความชื้นสูง เหมาะแก่การระบาดของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่น โรคราน้ำค้างในข้าวโพด และพืชผักสวนครัว โรคหัวมันเน่าในมันสำปะหลัง เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงปลูกหากพบต้นที่แสดงอาการของโรคให้รีบกำจัด และจัดระบบระบายน้ำในแปลงปลูกให้มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันน้ำขังบริเวณแปลงปลูกเมื่อมีฝนตกหนัก

ภาคกลาง

   ในช่วงวันที่ 7 - 9 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณตะวันตกของภาค ส่วนในช่วงวันที่ 10 - 13 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

   พื้นที่การเกษตร ในช่วงวันที่ 7 - 9 มิ.ย. จะมีฝนตกหนักบางแห่ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรได้ เกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดกับพืชผลการเกษตร โดยการจัดระบบระบายน้ำในแปลงปลูกให้มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในพื้นที่เพาะปลูกเป็นเวลานาน

   - สัตว์เลี้ยง สำหรับฝนที่ตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนัก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังพื้นที่เลี้ยงสัตว์ที่เป็นที่ลุ่ม เกษตรกรควรยกพื้นคอกสัตว์ให้สูง ดูแลโรงเรือนให้หลังคาไม่รั่วซึม เพื่อป้องกัน สัตว์เปียกชื้น และเป็นโรคได้ง่าย เช่น โรคคอบวมในโคและกระบือ โรคหวัดในสัตว์ปีกและสุกร เป็นต้น

ภาคตะวันออก

   ในช่วงวันที่ 7 - 9 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 10 - 13 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส

   - ไม้ผล ระยะนี้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง สวนผลไม้ที่อยู่ในที่ลุ่ม เกษตรกรควรจัดระบบระบายน้ำในแปลงปลูกให้มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังบริเวณโคนต้นพืชนาน รวมทั้งระวังโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่น โรครากเน่า และโคนเน่า ส่วนไม้ผลที่อยู่ในระยะผลแก่และเก็บเกี่ยว ควรระวังป้องกันโรคผลเน่าในทุเรียน เงาะ และลองกอง เป็นต้น

   - พืชไร่ ระยะนี้ดินและอากาศมีความชื้นสูง อาจทำให้เกิดการระบาดของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา เช่น โรคหัวมันเน่าในมันสำปะหลัง และโรครากเน่าโคนเน่าในสัปะรด เป็นต้น เกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงปลูกหากพบควรรีบกำจัด รวมทั้งจัดระบบระบายน้ำในแปลงปลูกให้มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันน้ำขังบริเวณแปลงปลูกเมื่อมีฝนตกหนัก

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

   ในช่วงวันที่ 7 - 9 มิ.ย. มีฝน ฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ส่วนในช่วงวันที่ 10 - 13 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-35 องศาเซลเซียส

   - พื้นที่การเกษตร ในช่วงวันที่ 7-9 มิ.ย. จะมีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะบริเวณที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่ลุ่ม เกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดกับพืชผลการเกษตร โดยการจัดระบบระบายน้ำในแปลงปลูกให้มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังพื้นที่เพาะปลูก

   - ยางพารา/กาแฟ ในช่วงนี้ฝนตกติดต่อกันทำให้ดินและอากาศมีความชื้นสูง เกษตรกร ควรดูแลสวนให้โปร่งอากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อลดความชื้นภายในสวน ป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อรา เช่นโรครากขาวในยางพารา และโรคราสนิมในกาแฟ หากพบโรคดังกล่าวควรรีบควบคุมโรค เพื่อไม่ให้ระบาดเป็นบริเวณกว้าง

   - ชาวประมง ในช่วงวันที่ 7-9 มิ.ย. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือและชาวประมงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

   ในช่วงวันที่ 7 - 9 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 10 - 13 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-35 องศาเซลเซียส

   - พื้นที่การเกษตร ในช่วงวันที่ 7-9 มิ.ย. จะมีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะบริเวณที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่ลุ่ม เกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดกับพืชผลการเกษตร โดยการจัดระบบระบายน้ำในแปลงปลูกให้มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังพื้นที่เพาะปลูก

   - ยางพารา/กาแฟ ในช่วงนี้ฝนตกติดต่อกันทำให้ดินและอากาศมีความชื้นสูง เกษตรกร ควรดูแลสวนให้โปร่งอากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อลดความชื้นภายในสวน ป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อรา เช่นโรครากขาวในยางพารา และโรคราสนิมในกาแฟ หากพบโรคดังกล่าวควรรีบควบคุมโรค เพื่อไม่ให้ระบาดเป็นบริเวณกว้าง

   - ชาวประมง ในช่วงวันที่ 7-9 มิ.ย. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือและชาวประมงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมอุตุนิยมวิทยา 0-2399-4568-74  

 

ที่มา : อาร์วายทีไนน์ (7 มิ.ย. 60)

http://www.ryt9.com

แสดงความคิดเห็น

 
แสดงความคิดเห็น