Language :
EMK-C-02

ชาวนาสุรินทร์พลิกวิกฤติแล้ง แบ่งพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง10ไร่ฟันรายได้งาม

8 ก.พ.61 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพของเกษตรกรชาว จ.สุรินทร์ หลังสิ้นสุดฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวนาปี และกำลังเตรียมพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปรังและพืชฤดูแล้งอื่นๆ พบว่ามีเกษตรกรกลุ่มหนึ่งกำลังช่วยกำลังบดและตากมันสำประหลังอยู่

     ทราบชื่อคือนางสุดารัตน์ พวงพอก หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ป้าดาว อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ 4 บ้านโนนงิ้ว ต.หนองสนิท อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ อดีตเคยประสบปัญหา ปลูกข้าวหอมมะลิขายแล้วได้ราคาไม่ดี จึงคิดแบ่งพื้นที่ปลูกข้าวจำนวน 10 ไร่ ลองหันมาปลูกมันสำปะหลังขายดูบ้าง ปรากฏว่าขายได้ราคาดีกว่าการปลูกข้าวหอมมะลิ และปลูกง่ายกว่าการปลูกข้าว เพราะไม่ต้องรดน้ำมันสำประหลัง อาศัยแต่น้ำฝนเท่านั้น ใช้เวลาปลูกประมาณ 10-12 เดือนก็สามารถเก็บผลผลิตได้

     โดยเริ่มจากการหาพันธุ์มันสำปะหลังมาปลูกในราคาต้นละ 1 บาท จากนั้นไถปรับพื้นที่นา ยกร่องให้สูงเพื่อไม่ให้น้ำขังประมาณ 50 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่าร่องประมาณ 70 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 40 เซนติเมตร ระหว่างการปลูกควรใส่ปุ๋ยบำรุงอาจจะเป็นปุ๋ยเคมีหรือปุ๋ยคอก หมั่นกำจัดวัชพืช ส่วนน้ำไม่ต้องให้เพราะอาศัยน้ำตามธรรมชาติคือน้ำฝน ระยะเวลาในการปลูกประมาณ 10-12 เดือน ก็สามารถขุดหัวมันสำปะหลังได้ ใช้รถไถ รถแม็คโครขุดหัวมันขึ้นอยู่กับสภาพดินในพื้นที่ หรือถ้าสภาพดินในพื้นที่หลวมๆไม่แข็งสามารถใช้ไม้งัดได้ ซึ่งเป็นไม้ที่ใช้สำหรับงัดหัวมันสำปะหลังโดยเฉพาะ หลังจากขุดหัวมันสำปะหลังมาได้ให้นำไปบด โดยใช้เครื่องบดที่ซื้อมาในราคา 4,000 บาท ต่อสายพานจากเครื่องบดเข้ากับรถไถนาเดินตาม เอามันที่ขุดเสร็จใส่เครื่องบดให้มีขนาดเล็กลง เพราะใช้เวลาในการตากแดดให้แห้งเร็วขึ้น ซึ่งใช้เวลาในการตากแดดประมาณ 3-4 วันก็สามารถเอาไปขายได้

      สำหรับการขายนั้น ป้าดาว จะนำมันสำปะหลังไปขายที่จุดรับซื้อใน อ.สนม จ.สุรินทร์ โดยจะรับซื้อมันสำปะหลังไปทำอาหารสัตว์และเป็นพันธุ์ ซึ่งราคามันสำปะหลังแห้งรับซื้อในราคา กก. ละ 5.80 บาท ส่วนมันสำปะหลังที่เป็นหัวรับซื้อในราคา กก.ละ 2.25 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับราคาของท้องตลาด โดยราคาขายมันสำปะหลังต่อ 1 ไร่ จะได้มันสำปะหลังประมาณ 2-4 ตัน ขายได้ราคาไร่ละประมาณ 10,000 บาท โดยป้าดาว ปลูกมันสำปะหลังรอบหนึ่งกว่า 10 ไร่ เคยได้ราคาถึง 100,000 บาทมาแล้ว

      ป้าดาว เปิดเผยว่า แต่ก่อนตนก็ปลูกข้าวเหมือนชาวนาทั่วไป แต่มีที่นาที่สูงทำนาไม่ค่อยได้ เลยลองแบ่งพื้นที่นาที่มีที่ลุ่มไว้ปลูกข้าว ส่วนพื้นที่ที่สูงแบ่งไปปลูกมันสำปะหลังและตามคันนาก็ปลูกต้นยูคาขาย ซึ่งมันสำปะหลังปลูกง่ายกว่าข้าว ประกอบกับช่วงนี้ราคาข้าวขายได้น้อยกว่าการปลูกมันสำปะหลัง อนาคตอาจจะมีการขยายพื้นที่ปลูกมันสำหลังเพิ่มขึ้นและไม่ต้องดูแลมากเหมือนปลูกข้าว

      สุดท้ายป้าดาว ฝากถึงเกษตรกรที่ปลูกข้าวอยู่เหมือนตน ให้ลองปรับเปลี่ยนอาชีพที่เคยทำอยู่ให้หันมาลองปลูกมันสำปะหลังขาย โดยเน้นพื้นที่ปลูกให้สูง ที่นาดอนที่ปลูกข้าวไม่ได้ผล ซึ่งการปลูกมันสำปะหลังดูแลง่ายและราคาสูงกว่าการปลูกข้าวอีกด้วย


ที่มา : แนวหน้า (8 กุมภาพันธ์ 2561)

http://www.naewna.com/local/319432

แสดงความคิดเห็น

 
แสดงความคิดเห็น