Language :
EMK-C-02

คน-มันฯ-โค" มหาสารคาม รองรับปรับเปลี่ยนทำนา

นายคงฤทธิ์ บัวบุญ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดมหาสารคาม เผยว่า ผลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายจัดระบบการปลูกแทนนาข้าวในพื้นที่ไม่เหมาะสมให้ปรับเปลี่ยนไปไปปลูกพืชอย่างอื่นแทน จ.มหาสารคาม มีพื้นที่ไม่เหมาะสม 7 แสนไร่ ต้องปรับเปลี่ยนไปปลูกอ้อย และมันสำ ปะหลัง แต่ปรากฏว่าอ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีหน่วยงานรับผิดชอบอยู่แล้ว ในขณะที่มันสำปะหลังไม่มีหน่วยงานไหนรับผิดชอบ ส่งผลให้เกษตรกรที่ปรับเปลี่ยนอาชีพมักถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าลานมันฯ และโรงแป้ง ทั้งในเรื่องใช้วิธีตีราคาเหมาโดยไม่วัดคุณภาพเปอร์เซ็นต์แป้ง หักสิ่งเจือปนมากถึง 10% และตาชั่งไม่ได้มาตรฐาน

เพื่อแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่ 3 อำเภอ กุดรัง นาเชือก และบรบือ สภาเกษตรกรจึงได้ปรึกษาหารือกับกลุ่มผู้ปลูกมันสำปะหลัง 8 องค์กรในพื้นที่ ได้ข้อสรุปหากจะปลูกมันฯขายเป็นหัวมันสด จะไม่มีทางแก้ปัญหาความยากจนให้เกษตรกรได้ จึงขอความร่วมมือไปยัง สหกรณ์โคนมมหาสารคาม จำกัด และ สหกรณ์โคนมโคกก่อ จำกัด ซึ่งซื้อมันเส้น มันสำปะหลังตากแห้งจากพื้นที่อื่น เพื่อนำมาผลิตอาหาร TMR อาหารผสมเลี้ยงโคนม ให้เปลี่ยนมาซื้อมันเส้นจากเกษตรกรในพื้นที่ นอกจากช่วยลดภาระค่าขนส่งให้กับสหกรณ์แล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันในพื้นที่อีกด้วย” คงฤทธิ์ บอกต่อว่า แต่ด้วยการผลิตมันเส้นของเกษตรกรในพื้นที่ยังไม่ได้มาตรฐานสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมต้องการ เพราะส่วนใหญ่ยังใช้มีดสับมันสำปะหลังเพื่อนำตากแห้งได้ขนาดชิ้นไม่เท่ากัน เพื่อให้คุณภาพอาหาร TMR มีคุณค่าอาหารตามที่โคนมต้องการครบถ้วน เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม นำไปใช้แล้วลดต้นทุนได้ ทาง มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ ได้เข้ามาช่วยดูแลเป็นพี่เลี้ยงอบรมสูตรอาหารสัตว์จากมันสำปะหลังให้กับสหกรณ์ทั้ง 2 แห่ง ส่งผลให้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังสามารถขายมันเส้นให้กับกลุ่มผู้ปลูกมันสำปะหลัง 8 องค์กร ได้ในราคาตันละ 7,000 บาท จากก่อน หน้านี้ที่เคยขายได้แค่ 2,700 บาท และทำให้รอบปีการผลิต สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมใน จ.มหาสารคาม มีปริมาณการสั่งซื้อมันเส้นจากกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าว เป็นจำนวนมากถึง 1,500 ตันมันเส้น

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1327053













 

แสดงความคิดเห็น

 
แสดงความคิดเห็น